วันพุธที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

พิธีกรรมรักษาโรคด้วยฤทธิ์ครูหมอโนรา


พิธีกรรมรักษาโรคด้วยฤทธิ์ครูหมอโนรา

๑. พิธีกรรมหาสาเหตุการเจ็บป่วย

                       หลังจากที่ผู้ป่วยแสดงอาการเจ็บป่วยที่สามารถให้ความหมายเฉพาะว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากการกระทำของครูหมอโนราแล้ว  ญาติผู้ป่วยหรือผู้ใกล้ชิดก็จะดำเนินการจัดหาคนกลางมาติดต่อกับครูหมอเพื่อทราบสาเหตุของการเจ็บป่วยและต่อรองเพื่อหาวิธีการแก้ไขต่อไป  ซึ่งขั้นตอนสำคัญๆ สำหรับพิธีกรรมนี้  มีดังนี้

                        ๑.๑  ตั้งสำรับเพื่อการสักการะครูหมอโนราที่ผู้ป่วยหรือญาติให้ความเคารพนับถือ  เรียกการตั้งสำรับนี้ว่า “ที่สิบสอง” หรือ “ข้าวสิบสอง” คือสำรับที่ประกอบด้วยถ้วยตะไล ๑๒ ใบ  ใส่อาหารคาวหวาน ๑๒ ชนิด  ใส่เงิน ๑๒ บาท  พร้อมทั้งหมากพลู  เทียน  ข้าวตอกดอกไม้

                         ๑.๒  เมื่อตั้งสำรับเรียบร้อยแล้ว  คนกลางจะทำพิธีเชื้อคือ     การกล่าวเชิญให้ครูหมอมาบอกสาเหตุของการเจ็บป่วย     ขั้นตอนนี้จะมีทั้งคนกลางที่ติดต่อกับครูหมอโนราแล้วนำมาบอกกับผู้ป่วยหรือญาติพี่น้องหรือผู้ใกล้ชิดหรือจะเป็นการเข้าทรงคนกลางเองแล้วให้ผู้ป่วยญาติพี่น้องหรือผู้ใกล้ชิดสอบถามสาเหตุการเจ็บป่วยก็ได้เช่นกัน

                         ๑.๓  เมื่อได้คำตอบแล้วว่าสาเหตุที่ถูกกระทำเกิดจากอะไร  ก็จะมีการหาวิธีการแก้ไข    โดยมีข้อกำหนดของพันธะสัญญาว่าต้องหายจากการเจ็บป่วยภายในเวลากี่วัน    หลังจากนั้นจะให้ทำอะไรบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการรำมโนราแก้บนในพิธีมโนราลงครู (หากไม่หายจากการเจ็บป่วยตามที่มีพันธะสัญญากันไว้  ก็จะไม่มีการดำเนินการตามขั้นตอนใดๆ อีก แต่หากหายตามพันธะสัญญาก็จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนของพิธีกรรมอื่นๆ ต่อไป  พร้อมทั้งกำหนดว่าจะดำเนินการแก้บนได้ในช่วงใด)

๒. พิธีกรรมการรำมโนราแก้บน

                       หลังจากที่มีการตกลงร่วมกันระหว่างคนกลางกับครูหมอโนราแล้ว  ขั้นตอนต่อไปก็คือการ “รำโนราแก้บน” โดยจะจัดในพิธีของโนราลงครูซึ่งเป็นการจัดแสดงเพื่อเชิญวิญญาณบรรพบุรุษที่เป็นครูหมอโนรามาเข้าทรงลูกหลานที่รับอาสาเป็นคนทรงเพื่อแสดงให้เห็นถึงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรษและเพื่อความมีสวัสดิมงคลแก่ชีวิตครอบครัวในระหว่างนี้ก็จะมีการรำโนราถวายเพื่อแก้บนตามที่ได้สัญญากันไว้   หากไม่กระทำตามสัญญาก็อาจจะถูกลงโทษซ้ำอีก   โดยอาการเจ็บป่วยอาจจะเหมือนเดิมหรืออาจจะรุนแรงกว่าเดิมก็ได้  ซึ่งขั้นตอนต่างๆ ในพิธีกรรมนี้  มีดังนี้

                       ๒.๑  เมื่อถึงกำหนดวันที่จะดำเนินการรำโนราลงครูเพื่อแก้บนแล้ว   ก็จะมีการสร้างโรงโนรา   ตั้งเครื่องบวงสรวงและเครื่องเซ่นไหว้บูชา  โดยเครื่องบวงสรวง   ประกอบด้วย  หัวหมู  ไก่  เหล้า  หมาก  พลู  บุหรี่   ธูป  เทียน   ข้าวตอก  ดอกไม้   ของคาว  ของหวานและมะพร้าวอ่อน  รวมแล้วครบจำนวน ๑๒ อย่าง  ส่วนเครื่องเซ่นไหว้บูชาประกอบด้วย  บายศรีและดอกไม้ธูปเทียน   หลังจากที่ครูหมอเข้าทรงแล้วจะต้องขึ้นไปสำรวจเครื่องบวงสรวงบูชาเหล่านี้ (เครื่องบวงสรวงจะวางไว้บนศาลาเล็กๆ บนโรงโนราทางทิศตะวันออก  ซึ่งต้องทำเป็นบันไดทอดเอาไว้ทางซ้ายมือของศาลาเพื่อให้ครูหมอที่เข้าทรงปีนขึ้นมาสำรวจเครื่องบวงสรวงบูชาได้สะดวก    ส่วนทางขวามือของศาลาจะมี “เทริด”  “หน้าพราน” และ “เครื่องแต่งตัวโนรา”  ซึ่งถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยแขวนไว้เพื่อเป็นเครื่องบูชา)

                         ๒.๒  วันแรกของพิธีกรรม (พิธีการของการลงโรง  ครูโนราจะต้องเข้าประจำโรงในวันพุธตอนเย็น  ซึ่งตามปกติจะสิ้นสุดรายการในวันศุกร์ตอนบ่ายหรือตอนเย็น หากวันศุกร์ตรงกับวันพระก็ไม่สามารถทำพิธีได้ ต้องหยุดและเลื่อนไปทำพิธีส่งครูหมออันเป็นขั้นตอนของการลาโรงในวันเสาร์ซึ่งถือเป็นวันเสร็จพิธีแทน) ในวันแรกของพิธีกรรมนี้จะมีการแสดงโนราให้คนดูเหมือนกับการแสดงในโอกาสธรรมดาที่เป็นการละเล่นหรือมหรสพทั่วๆ ไป   การแสดงเริ่มตั้งแต่ตอนพลบค่ำจนถึงดึกถึงจะเลิก   วันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันพฤหัสบดีจะเป็นวันเริ่มพิธีลงครู   โดยวันนี้จะมีการรำไหว้ครูตลอดครึ่งวันตอนช่วงเช้า (เรียกการรำไหว้ครูนี้ว่า “แต่งพอก” ในการรำแก้บนจะขาดขั้นตอนนี้ไปไม่ได้  เพราะหากไม่ได้มีการแต่งพอก  การแก้บนนั้นก็จะไม่สำเร็จ โอกาสที่จะกลับมาเจ็บป่วยอีกมีความเป็นไปได้สูง   ที่สำคัญโนราที่มีสิทธิ์ในการรำลงครูต้องเป็น “โนราใหญ่” (มโนห์ราที่ผ่านการปวารณาเป็นโนราโดยสมบูรณ์แล้ว  โดยผ่านการบวชโนราแล้ว คือ  มีการผูกข้อมือ ผูกผ้าและครอบเทริด) เท่านั้น)

                       ๒.๓  หลังจากรำแต่งพอกเสร็จ  ต่อจากนั้นก็เริ่มพิธีเชิญครูหมอโนราเข้าทรงโดยโนราใหญ่จะรำโดยใช้ “ท่ารำเพลงครู ๑๒ ท่า” ประกอบการ “เล่นบท ๑๒”   (บท ๑๒ นี้ ถือเป็นเพลงครู  ผู้เล่นบทนี้จะหยิบยกเอานิยาย ๑๒ เรื่องมาเล่น  ทำบทเพลงทับ  เพลงโทน  อย่างละเรื่องๆสั้นๆ เพื่อเป็นการสักการะครู  หากไม่มีการเล่นบท ๑๒ ในขั้นตอนนี้ถือว่าพิธีไม่สมบูรณ์  การแก้บนหรือการแก้เหฺมฺรยซึ่งเป็นพันธะสัญญาจะไม่เป็นผล  อาการเจ็บป่วยจะไม่หายขาด)  หลังจากนั้นโนราใหญ่จะขับร้องบทเชื้อครูหมอโนรามาเข้าทรง (โดยปกติมีคนทรงประจำอยู่แล้ว   แต่หากคนทรงตายไปก่อนจะต้องเลือกคนทรงใหม่ทดแทน)  ลูกหลานที่เป็นเชื้อสายของครูหมอจะต้องมานั่งพร้อมหน้ากันเพื่อรอรับครูหมอซึ่งเป็นบรรพบุรุษของตน เมื่อโนราใหญ่ขับร้องบทเชื้อครูหมอ   ดนตรีจะทำเพลงเชิดประกอบ  ถึงตอนนี้ร่างกายคนทรงจะสั่นแสดงว่าครูหมอเริ่มมาเข้าทรงแล้ว  เรียกขั้นตอนนี้ว่า  “จับลง”

                       ๒.๔  หลังจากมีการเชื้อแล้ว  ครูหมอจะเริ่มมาเข้าทรง  โดยเริ่มจากครูหมอที่เป็นบรรพบุรุษร่วมของทุกตระกูล   ซึ่งมโนห์ราผู้เป็นผู้เชื้อจะรู้ดีว่ามีใครบ้าง  อาทิ  ตาหมอเทพ ตาหมอเฒ่า  ตาเทพสิงขร ฯลฯ จากนั้นก็จะเชิญครูหมอที่ผู้ป่วยเคารพบูชามาทรง    ซึ่งการเชื้อนี้ต้องเชื้อมาเข้าทรงทีละองค์    องค์เดิมต้อง “บัด” (สลัด) หรืออกจากร่างทรงเสียก่อน  ถึงจะเชิญครูหมอองค์ต่อไปได้  ครูหมอแต่ละองค์เมื่อจับลงหรือเข้าทรงแล้วก็จะขึ้นศาลที่ได้จัดเตรียมเอาไว้เพื่อตรวจดูเครื่องสักการะบูชา   แล้วกลับลงมานั่งเสวยหรือกินเทียน ๓  ครั้ง อาจกินหมากหรือสูบบุหรี่ร่วมด้วย  ต่อจากนั้นก็มีการพูดคุยซักถามลูกหลานถึงเรื่องทั่วๆ ไป    ครูหมอบางองค์อาจไม่ขึ้นไปบนศาลแต่จะขอเครื่องทรงมาสวมและมีการร่ายรำตามแบบโนราโบราณให้ลูกหลานหรือผู้ที่อยู่ร่วมในพิธีกรรมดู

                       ๒.๕  ขั้นตอนสุดท้ายของพิธีกรรมรำโนราแก้บนคือ  ขั้นตอนในวันสุดท้ายของพิธีลงครู  โดยพิธีเริ่มจากการเชื้อครูหมอทุกองค์มาลงอีกครั้งในคนทรงคนเดิม มีการซักถามลูกหลานทั้งปัญหาทั่วๆ ไปและปัญหาการเจ็บป่วย  มีการนัดแนะพิธีที่จะมีในครั้งต่อไปและตกลงต่อรองระหว่างกันว่าครูหมอต้องการอะไร  ให้ลูกหลานทำอย่างไรบ้าง จากนั้นจะมีการสรงน้ำครูหมอร่วมกัน  ระหว่างที่ครูหมอเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว  ลูกหลานที่บนบานอะไรไว้ก็เตรียมแก้บน  โดยสำรับต่างๆ ที่ใช้สำหรับการแก้บนต้องจัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อย  เพื่อที่ครูหมอจะได้เสวยหลังจากที่แต่งตัวเสร็จแล้ว  ต่อจากนั้นจะเป็นการรำโนราแก้บนตามที่ได้ทำพันธะสัญญากันไว้    ซึ่งขั้นตอนนี้โนราใหญ่จะต้องมีการ   “รำคล้องหงส์”และ “รำแทงเข้” (แทงจระเข้) ด้วย จึงจะถือว่า “เหฺมฺรยขาด” หรือเป็นการหมดพันธะสัญญาต่อกัน   หลังจากนั้นลูกหลานจะเข้าไปหมอบกราบครูหมอเพื่อขอศีลขอพรโดยทั่วกันการรักษาเยียวยาก็ถือว่าเสร็จสิ้นอย่างแท้จริง  หลังจากหมดกิจธุระหรือเรื่องราวระหว่างกันแล้ว    โนราจะตีเครื่องดนตรีเป็นเพลงเชิดอีกครั้งเพื่อส่งครูหมอกลับ  ครูหมอก็ออกจากร่างทรง  เป็นอันเสร็จพิธีกรรมทั้งหมด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น